แนวทางในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมแบบผสมผสาน

108 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แนวทางในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมแบบผสมผสาน

แนวทางในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมแบบผสมผสาน


โรคข้อเสื่อมโดยเฉพาะข้อเข่า เริ่มพบได้มากขึ้นในกลุ่มประชาชน ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ( ค.ศ. 2000-2020 ) เป็นปัญหาของคนวัยทำงาน ตัวเลขในประเทศอังกฤษ โรคข้อเข่าเสื่อมจะพบได้ประมาณ 18% ของประชากร โรคข้อ เข่าเสื่อมเกิดจากการเสื่อมของกระดูกอ่อนที่ปลายของกระดูกข้อต่อ ทั้งจากอายุขัยมากขึ้นตลอดจนมาจากปัจจัยร่วมอื่นอีกหลายสาเหตุ

ในที่นี้จะได้นำเสนอแนวทางในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมแบบผสมผสานทั้งการใช้ยาเคมีรวมไปถึงมาตราการที่รักษาร่วมอื่น ๆ ที่ไม่ต้องยา

มาตรฐานที่ยกมาได้แก่ European League Against Rheumatism ( EULAR ) จะนิยมใช้ในประเทศอังกฤษและประเทศในยุโรป ที่ใช้แนวทางการรักษาแบบผสมผสานทั้งการใช้ยาเคมีร่วมกับการรักษาแนวประคับประคองแบบธรรมชาติมีทั้งหมด 10 ข้อด้วยกัน

1. การรักษาที่เหมาะสมของโรคข้อเข่าเสื่อมควรประกอบไปด้วยการใช้ยาแผนปัจจุบันร่วมกบัการไม่ใช้ยาเคมี
2. ต้องพิจารณาองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องอื่นของตัวผู้ป่วยร่วมด้วยได้แก่
A : ปัจจัยเสี่ยงของตัวผู้ป่วยเอง
- อายุขัย , โรคประจำตัวทางอายุรกรรมอื่น เช่น เบาหวาน , ความดันโลหิตสูง
B : ปัจจัยที่มีผลต่อข้อเข่า (มนุษย์ยืนด้วยสองเท้า) ได้แก่
- โรคอ้วน , งานอาชีพที่ต้องข้อเข่ามาก ๆ ( เช่นนักกีฬา , ใช้แรงงาน )
C : การรับรู้ต่ออาการเจ็บปวดของข้อในแต่ละคนจะไม่เท่ากัน
D : มีอาการอักเสบอื่น ๆ ร่วมด้วยหรือ
- ถ้าพบว่ามีน้ำในข้อเข่า ( สังเกตได้จากอาการบวมรอบ ๆ เหนือข้อเข่า )
E : ตำแหน่งของอาการปวด และ ส่วนที่เป็นปัญหาในโครงสร้างของข้อเข่า
3. การรักษาร่วมแบบผสมผสานอื่น ๆ ได้แก่
- การให้ความรู้ต่าง ๆ แก่คนไข้อย่างสม่ำเสมอ
- การบริหารกล้ามเนื้อรอบ ๆ ข้อเข่าต่อเนื่องเพื่อหวังผลให้ระบบโหลเวียนโลหิตและการซ่อมแซมดีขึ้น
- การใช้กายอุปกรณ์ที่เหมาะสม เพื่อลดอาการปวดตลอดจนคุณภาพชีวิตจะดีขึ้น( ไม้เท้า สนับเข่าอุปกรณ์เสริมรองเท้า )
- การลดน้ำหนักตัว( ที่เป็นเรื่องต้องจริงจังสำหรับคนไข้ที่ต้องการผลการรักษาให้ดีขึ้น )

4. ในต่างประเทศยังนิยมใช้ Paracetamol (พาราเซตตามอล ) เป็นยาลดปวดอันดับแรกอยู่ และถ้าลดอาการปวดได้ ก็จะเป็นการใช้ในระยะยาว ( ประเทศในยุโรป รับทราบภัยอันตรายต่อการใช้ยาเกินขนาดเป็นอย่างดีกว่าบ้านเรา )


5. การใช้ยาต้านอักเสบแบบ ( NSAID ) ในรูปแบบการทา และผลิตภัณฑ์ที่มาจากสารสกัดจากพริก ( Capsaicin ) ถือได้ว่ามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ


6. การใช้ยาต้านอักเสบ (NSAID ) จะใช้ต่อเมื่อกินยาพาราเซตตามอลเพื่อลดปวดแล้ว ไม่ได้ผล


7. ยาแก้ปวดที่เข้าพวกฝิ่นหรือมอร์ฟีน ร่วมกับการใช้พาราเซตตามอลนั้นเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนป่วยที่ใช้ยาในข้อ 6 ไม่ได้ ( จากการแพ้ หรือปัญหาทางกระเพาะอาหารระคายเคือง )


8. ยาจำพวกเสริมสร้างกระดูกอ่อนในข้อต่อที่เสื่อมสภาพ จำพวก Glucosamine sulphate ,Chondroitin sulphate จากการสรุปทางคลินิกของนักวิจัยสรุปได้ว่า ช่วยรักษาตามอาการได้แต่อาจได้ผลในการปรับโครงสร้างภายในข้อ


9. การใช้ยากลุ่มยาฉีดสเตียรอยด์เข้าข้อเข่านั้นมีข้อบ่งชี้ว่าในกรณีที่มีอาการปวดเข่ามากและมีน้ำในข้อเข่าร่วมด้วยและมีอาการปวดข้อมากขึ้นทั้งๆที่ได้รับการักษามาแล้ว


10. การพิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าต้องมีข้อบ่งชี้ว่าภาพในเอกเรย์ พบการเสื่อมโครงสร้างของข้อเข่า และใช้การรักษาทุกอย่างยังมีอาการปวดมาก จนไม่สามารถทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ

นพ.อำนาจ ชัยชลทรัพย์

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้