น้ำมันกระเทียม
ผสมน้ำมันมะพร้าว

ผลิตด้วยวิธีการสกัดเย็นสูตรเฉพาะของอิมมอร์
อย.เลขที่ 19-1-15653-5-0093
ฮาลาลเลขที่ กอท.ฮล. H978 005 11 63
สอบถามทางไลน์

น้ำมันกระเทียมน้ำมันมะพร้าวทำไมต้องเอามาผสมกัน

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ากระเทียมมีประโยชน์มากมาย แต่หากรับประทานเยอะเกินไปอาจทำให้เกิดผลเสียเหมือนกัน ยิ่งรับประทานน้ำมันกระเทียมสกัดเข้มข้นในปริมาณสูงจะยิ่งระคายเคืองกับกระเพาะอาหาร และอาจทำให้เกิดอันตรายได้

ฉะนั้นผู้ผลิตน้ำมันกระเทียมชนิดแคปซูลทุกยี่ห้อจะต้องมีวิธีการทำให้เจือจางก่อนด้วยวิธีการต่าง ๆ โดยมากจะนิยมนำไปผสมกับน้ำมันชนิดอื่น ๆ เช่นน้ำมันรำข้าว น้ำมันงา น้ำมันมันมะพร้าว เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามสูตรและงานวิจัยของแต่ละยี่ห้อนั้น ๆ

บางยี่ห้อจะบอกให้ทราบไว้เลยว่าผสมกับน้ำมันอะไร แต่บางยี่ห้ออาจจะมีเหตุผลบางอย่างจึงอาจจะไม่ได้บอกไว้ ส่วนของ IMMOR ได้ระบุชัดว่าเราเลือกผสมกับน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ซึ่งมาดูกันว่าทำไม IMMOR จึงเลือกผสมกับน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

เมื่อ 2 คุณประโยชน์จากสารสกัดของน้ำมันกระเทียมและน้ำมันมะพร้าวมารวมกัน


น้ำมันมะพร้าวผสมน้ำมันกระเทียมจากการศึกษข้อมูลจากบทความงานวิจัยพบว่า เมื่อเรานำน้ำมันกระเทียมและน้ำมันมะพร้าว มารวมหรือผสมกัน มันจะทำให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างกรดคาปริลิก (CAPRILIC ACID) ในน้ำมันมะพร้าว กับกำมะถันหรือซัลเฟอร์ (SULFUR) ในน้ำมันกระเทียม ซึ่งทำให้มีผลเกิดการพัฒนากลายเป็นสารต้านอนุมูลอิสระขึ้นมาตัวหนึ่งชื่อว่า กรดอัลฟ่าไลโปอิก (ALPHA LIPOIC ACID) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีมากๆ
alpha-Lipoic-acid กรดอัลฟ่าไลโปอิค
ซึ่งจากงานวิจัยค้นพบว่า กรดอัลฟ่าไลโปอิกมีบทบาทในการช่วยดูแลสุขภาพมากมาย  ยิ่งไปกว่านั้นกรดอัลฟาไลโปอิกมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระของกรดอัลฟาไลโปอิคนั้น ได้รับการเชื่อมโยงกับระบบต่างๆ ในร่างกายอีกด้วย

 

กรดอัลฟ่าไลโปอิก Alpha Lipoic Acid

น้ำมันกระเทียมผสมน้ำมันมะพร้าว สูตรนี้เด็ด...

มีกรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha Lipoic Acid)

สารต้านอนุมูลอิสระที่ให้ผลดีกว่าวิตามิน C และวิตามิน E กว่า 50 เท่า

สอบถามทางไลน์

โปรโมชั่นน้ำมันกระเทียมสกัดเย็น พิเศษสุด

สั่งสินค้าช่องทางด่วนผ่านฟอร์ม

ข้อมูลจากงานวิจัยเกี่ยวกับกระเทียม

กระเทียมช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน

กระเทียม เป็นมีฤทธิ์ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย สารอัลลิซิน (allicin) และซัลไฟด์ (sulfides) ในกระเทียมช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

กระเทียมช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน โดยจะไปเพิ่มจำนวนและการทำงานของเม็ดเลือดขาว ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายสามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอมเชื้อโรคต่างๆ ที่จะเข้าสู่ร่างกายได้ดี
กระเทียม

กระเทียมช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียเชื้อโรคและไวรัส

ได้มีรายงานถึงฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของกระเทียม คือเป็น antiseptic (ยาฆ่าเชื้อ) , antispasmodic agents (ยาคลายกล้ามเนื้อ),  และสามารถรักษา bronchial asthma (หอบหืด), rheumatism (รูมาตอยด์) , hypertension (ความดันโลหิตสูง) และป้องกัน atherosclerosis (หลอดเลือดแข็งตัว)ได้

กระเทียมยังมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ต่อมาได้มีการศึกษาพบว่าสารสกัดกระเทียมสามารถยับยั้งการเติบโตของ Mycobacterium tuberculosis (เชื้อวัณโรค) ได้ และยังพบว่าสารสกัดกระเทียมสามารถยับยั้งการเจริญได้ทั้งแบคทีเรียกรัมบวก และกรัมลบ อีกทั้งยังสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อกรัมลบที่เพนนิซิลินไม่สามารถยับยั้งได้ คือ สามารถยังยั้งการเจริญของ Salmonella typhimurium และ Escherichia Coli (อีโคไล) ได้

ติดต่อสอบถาม - เพิ่มเพื่อนทาง Line
Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้