น้ำมันงาดำสกัดเย็น

น้ำมันงาดำสกัดเย็น แคปซูล
 

น้ำมันงาดำสกัดเย็น IMMOR

ผลิตจากงาดำชั้นดีของไทย คัดเกรดเมล็ดงาที่สมบูรณ์ พิถีพิถันทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ ตรวจวิเคราะห์เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสารปนเปื้อน ผ่านกระบวนการบรรจุที่ทันสมัยและมีการตรวจสอบคุณภาพทุกขั้นตอน จากโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน GMP และ อย.

Premium Herbal Products

premium herbal Products

อาการปวดข้อ ปวดเข่า

อาการปวดข้อ ปวดเข่า เวลาขยับหรือลุกเดินจะมีเสียงก๊อบแก็บ อาจเกิดมาจากความเสื่อมของกระดูกและข้อต่อ  รวมถึงน้ำหล่อเลี้ยงในข้อต่อแห้ง เลยทำให้เกิดการเสียดสีกัน ทำให้เกิดอาการอักเสบบวม หากปล่อยทิ้งไว้อาการอาจจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งอาจต้องรักษาด้วยการฉีดกลูโคซามีนหรือรายที่อาการหนักมาก ๆ อาจจะต้องถึงขั้นผ่าตัดหัวเข่าหรือข้อต่อกันเลยทีเดียว

 ปวดข้อปวดเข่า น้ำมันงาดำ

ฉะนั้น การป้องกันหรือการหาวิธีการลดอาการเหล่านั้นเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด  พยายามรักษาน้ำหนักตัวอย่าให้มากเกินไป ออกกำลังกายเบาที่ไม่กระแทกบริเวณข้อต่อมาก และรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงข้อเข่า รวมทั้งการรับประทานอาหารเสริมที่ช่วยลดอาการปวดข้อปวดเข่า เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น น้ำมันถั่วดาวอินคาสกัดเย็น และน้ำมันงาดำ เป็นต้น จะช่วยเรื่องข้อกระดูกได้ดี ยิ่งไปกว่านั้นในน้ำมันงาดำเองจะมีสารเซซามิน ที่จะช่วยต้านการอักเสบ และเพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงในข้อต่อได้ดีมาก ๆ อีกด้วย

IMMOR คัดเฉพาะงาดำชั้นดี

เมล็ดงาดำ

น้ำมันงาดำสกัดเย็น IMMOR สกัดจากเมล็ดงาดำชั้นดีของไทย คัดเลือกเฉพาะเมล็ดที่สมบูรณ์ สกัดด้วยวิธีสกัดเย็นไม่ผ่านความร้อนหรือสารเคมีใด ๆ ควบคุมคุณภาพการสกัดทุกขั้นตอนตามมาตรฐาน อย. และ GMP

สารสกัดในน้ำมันงาดำ

สารอาหารในงาดำ

น้ำมันงาดำที่ได้มาจากการสกัดด้วยวิธีการสกัดเย็น จะสามารถคงคุณค่าของสารอาหารต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ซึ่งสารอาหารที่สำคัญที่อยู่ในน้ำมันงาดำได้แก่

  เซซามิน

สารเซซามิน (Sesamin) เป็นสารเฉพาะตัวที่ได้รับการวิจัย และศึกษาอย่างสูงในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังมี สารเซซาโมลิน (Sesamolin หรือ D-Sesami) และสารซาเซมอล (Sasemol) ซึ่งสารสำคัญทั้ง 3 ชนิดนี้ มีอยู่เฉพาะในงาดำเท่านั้น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอย่างดี มากกว่าสารอื่นๆ หลายเท่า มีผลการใช้ และการป้องกัน และส่งเสริมอวัยวะภายในโดยเฉพาะหัวใจ สมอง ปอด ตับ และไต อีกทั้งดีต่อผิวและผมอีกด้วย

  วิตามินบี

ในน้ำมันงาดำมีวิตามิน B รวมสูง โดยเฉพาะวิตามิน B6 ซึ่งวิตามิน B เป็นกลุ่มสารอาหารที่บำรุงและปกป้องสมองและระบบประสาท ทำให้ทำงานได้อย่างปกติ ชะลอความเสื่อมของระบบการทำงานของร่างกาย

  วิตามินอี

ในน้ำมันงาดำสกัดเย็นเป็นแหล่งสำคัญของทริปโทแพน หรือวิตามิน E ที่มีส่วนช่วยในระบบฮอร์โมน บำรุงผมและผิวให้อ่อนเยาว์นุ่มนวลอยู่เสมอ

  โอเมก้า​ ​3-6-9

น้ำมัน​งาดำ มีความสมดุล ของโอเมก้า 3 6 9 ที่เป็นประโยชน์กับระบบสมองและหัวใจอยู่สูง และยังส่งเสริมในการเพิ่มไขมันดี ให้กับร่างกายอีกด้วย

  สารอาหารที่จำเป็นอื่นๆ

ในน้ำมันงาดำสกัดเย็น มีสารอาหารจำเป็นอื่นๆ มากมาย เช่น แมงกานีส เหล็ก ทองแดง แคลเซียม แมกนีเซียม ซิ้งค์ ฟอสฟอรัส และไทรนิน เป็นต้น

โปรโมชั่นน้ำมันงาดำสกัดเย็น

Best Seller
Best Seller
฿ 1,180 ฿ 1,180
฿ 980 ฿ 980 -17%
฿ 1,770 ฿ 1,770
฿ 1,400 ฿ 1,400 -21%
฿ 3,540 ฿ 3,540
฿ 2,700 ฿ 2,700 -24%
สั่งสินค้าช่องทางด่วนผ่านฟอร์ม

กินน้ำมันงาดำให้ได้ผลดี

กินงาดำอย่างไรให้ได้ผลดี

ข้อแนะนำวิธีการกินน้ำมันงาดำสกัดเย็นชนิดแคปซูล ขนาด 1000 มก.

  • กรณีกินเพื่อบำรุงร่างกายและเพื่อป้องกัน หรือมีอาการไม่มากนัก แนะนำกินวันละ 2 แคปซูล (เช้า 1 แคปซูล และเย็น 1 แคปซูล หลังอาหาร)
  • กรณีที่มีอาการมาก ๆ แนะนำกินวันละ 4 แคปซูล (เช้า 2 แคปซูล และเย็น 2 แคปซูล หลังอาหาร) 
** สามารถกินก่อนนอนแทนหลังอาหารเย็นก็ได้ และจะช่วยให้การนอนหลับดีขึ้นอีกด้วย 

โดยปกติแล้วประมาณ 2-4 สัปดาห์จะรู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ บางรายสัปดาห์แรก อาการจะลดน้อยลงแบบรู้สึกได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล และสามารถทานต่อเนื่องได้โดยไม่มีการสะสมในร่างกาย และในกรณีที่กินมากเกินความต้องการ ร่างกายก็สามารถขับออกได้เองตามธรรมชาติ

นอกจากนั้นการกินน้ำมันงาดำสกัดเย็นนั้น ก็สามารถกินได้หลายแบบเพื่อจุดประสงค์ต่างๆกันได้อีกด้วย

ดังที่ ดร.พล ภูผาวัฒนากิจ แพทย์ศาสตร์ธรรมชาติบำบัดและการแพทย์แผนตะวันออก ได้ให้คำแนะนำไว้ในหนังสือ "ไม่เจ็บ ไม่แก่ ไม่ป่วย สวยด้วยน้ำมันงาดำ" ดังนี้

1. กินพร้อมอาหาร

 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของทั้งน้ำมันและอาหาร เนื่องจากวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดละลายในกรดไขมันจำเป็นเพื่อให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ อีกทั้งการกินไปพร้อมอาหารนี้ทำให้การย่อยง่ายขึ้น เหมาะสำหรับผู้ต้องการกินเพื่อบำรุง ผู้สูงอายุ ผู้มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เด็กเล็ก และวัยรุ่น

2. กินในขณะท้องว่าง

 ซึ่งจะมีผลเกี่ยวกับการขับของเสียและสารพิษออกจากเซลล์และอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะสมอง รวมถึงตับ ไต ลำไส้ ซึ่งเป็นอวัยวะในระบบขับถ่ายและกำจัดสารพิษของร่างกาย (Detoxification System) ซึ่งเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการเน้นจุดประสงค์นี้ บำรุงผิวพรรณ กันการเสื่อมของเส้นผม ท้องผูก สารพิษตกค้างสูง ระบบน้ำเหลืองเสีย พิษในเลือดมาก มีโรคเรื้อรังมานาน กินยาแผนปัจจุบันมาเยอะ และอื่นๆ

3. กินพร้อมกับยาแผนปัจจุบัน

 เพื่อบรรเทาอาการผลข้างเคียงของการใช้ยา ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ายาแผนปัจจุบันนั้นมีสารก่อพิษในร่างกายและมีผลข้างเคียงต่อระบบภายใน การกินน้ำมันงาดำสกัดเย็น 1,000 ถึง 4,000 มิลลิกรัมพร้อมกับการกินยาแผนปัจจุบันจะช่วยปกป้องอวัยวะต่างๆ เช่น สมอง หัวใจ ตับ ไต และระบบย่อยอาหาร

4. กิน 2,000 ถึง 4,000 มิลลิกรัมในขณะท้องว่างก่อนนอน

 เพื่อส่งเสริมการนอนและผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งเกิดจากความตึงเครียดในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ถ้ามีการกินในลักษณะนี้อยู่เป็นประจำพร้อมสมุนไพรจำพวกลาเวนเดอร์และคาโมมายล์ จะทำให้สภาวะจิตใจ อารมณ์ และการนอนดีขึ้น

5. กินในขณะที่มีอาการปวดหรืออักเสบสูง

 เช่น ปวดข้อ มีไข้สูง ปวดแดง ร้อน (อาการ) โดยกิน 2,000 มิลลิกรัมทุกๆ 4 ชั่วโมง จนอาการดีขึ้นแล้วจึงลดปริมาณลง

เมื่อมีการเริ่มรับประทานอาหารเสริมหรือยาแผนปัจจุบันตัวใหม่โดยเฉพาะในปริมาณที่สูง ร่างกายอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวในระยะหนึ่ง ซึ่งมิได้หมายความว่าเราไม่ถูกหรือมีอาการแพ้อาหารเสริมตัวนั้นๆ โดยอาการก็อย่างเช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ มึนหัว คัน ง่วงนอน และอ่อนเพลีย

อาการเหล่านี้อาจจะเป็นเพราะร่างกายพยายามขับพิษหรือปรับตัวซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของอาหารเสริมตัวใหม่ที่เรานำเข้าไปในร่างกาย โดยปกติแล้วก็แนะนำให้ลดปริมาณของอาหารเสริมนั้นลงจนอาการเหล่านี้หายไปแล้วจึงเพิ่มปริมาณขึ้นเพื่อผลสูงสุดในการใช้ ในทางการแพทย์แล้วทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบันไม่มีการพบว่ามีผู้แพ้เมล็ดงาดำจากการบริโภค ยกเว้นเมล็ดงาดำนั้นมีสารปนเปื้อนหรือมีเชื้อราซึ่งนำไปสู่การก่อโรคในอนาคต
Powered by MakeWebEasy.com