website statistics

รู้จักกับกรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha Lipoic Acid : ALA)

43 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ

Alpha Lipoic Acid กรดอัลฟ่าไลโปอิก

กรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha Lipoic Acid : ALA)

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสามารถผลิตขึ้นเอง และสามารถพบได้ในอาหารหลายชนิด เช่น บร็อคโคลี่ ผักโขม แครอท ยีสต์ เนื้อแดง เครื่องในสัตว์บางชนิด นอกจากนั้นมีการสังเคราะห์กรดอัลฟาไลโปอิกขึ้นได้ในห้องปฏิบัติการอีกด้วย

กรดอัลฟาไลโปอิกมีส่วนช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกาย ไม่ให้เกิดความเสียหาย ช่วยเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต และให้พลังงานกับอวัยวะต่าง ๆ กรดอัลฟาไลโปอิกยังช่วยรักษาระดับวิตามินซี หรือวิตามินอีในร่างกายอีกด้วย

กรดอัลฟาไลโปอิก จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงมากตัวหนึ่ง จนได้รับขนานนามว่า “Universal Antioxidant” หรือสารต้านอนุมูลอิสระครอบจักรวาล ให้ผลดีกว่าวิตามินอี และวิตามินซีประมาณ 50 เท่า

กรดอัลฟาไลโปอิกมีคุณสมบัติช่วยในการย่อยเผาผลาญน้ำตาลให้เป็นพลังงาน จึงมีผลช่วยให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเป็นไปได้ดี และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ เช่น วิตามินซี, วิตามินอี, กลูต้าไธโอน โคเอ็นไซม์คิวเท็น (CoQ10) ให้กลับมาอยู่ในรูปที่ใช้งานได้อีกหลังจากที่ใช้ในการกำจัดอนุมูลอิสระไปแล้ว และยังเป็นตัวช่วยสำคัญในกระบวนการเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสให้เป็นพลังงาน ช่วยเพิ่มอัตราเผาผลาญพลังงาน และยังช่วยลดอนุมูลอิสระระหว่างการออกกำลังกายได้อีกด้วย

คุณสมบัติที่โดดเด่นมากๆ ของกรดอัลฟาไลโปอิก คือสามารถละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมัน ซึ่งแตกต่างจากสารต้านอมูลอิสระอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติละลายได้ในน้ำหรือน้ำมันอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น กรดอัลฟาไลโปอิกจึงสามารถซึมผ่านเยื่อหุ้มเซลล์เข้าไปในชั้นลึกสุดของเซลล์ระดับ DNA ตลอดจนผ่านแนวกั้นในสมอง (Blood-brain barrier) ได้อีกด้วย จึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ทั่วเซลล์ในร่างกาย นอกจากนั้นกรดอัลฟ่าไลโปอิกยังมีคุณสมบัติอื่นๆ อีกมากมายเช่น

กรดอัลฟ่าไลโปอิกช่วยลดไขมันในเลือด

เนื่องจากกรดอัลฟ่าไลโปอิกช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ คลอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ช่วยลดปัยหาหลอดเลือดแข็งตัวและหลอดเลือดแดงเปราะ ซึ่งเป็นสาเหตุของไขมันอุดตันในหลอดเลือด เส้นเลือดหัวใจตีบ ตลอดจนลดอัตราเสี่ยงการเกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ

กรดอัลฟ่าไลโปอิกช่วยเพิ่มความสวยความงาม

เนื่องจากกรดอัลฟ่าไลโปอิกจะช่วยเพิ่มการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ เช่น วิตามินซี, วิตามินอี, กลูต้าไธโอน และ โคเอ็นไซม์คิว10 ที่หมดประสิทธิภาพไปแล้วจากการทำหน้าที่กำจัดอนุมูลอิสระ ให้กลับมาใช้งานได้อีก และยังทดแทนในกรณีที่สารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ขาดแคลนอีกด้วย กรดอัลฟ่าไลโปอิกช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว ลดริ้วรอยและความแห้งกร้าน ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส เพราะกรดอัลฟ่าไลโปอิกจะช่วยให้กลูต้าไธโอนที่เสื่อมสภาพไปแล้ว ให้กลับมาใช้งานได้อีก กรดอัลฟ่าไลโปอิกช่วยให้เม็ดสีผิวสม่ำเสมอ ลดรอยด่างดำต่างๆได้ดี นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ จึงทำให้ผิวพรรณดูสดใส และยังช่วยลดการอักเสบและการเกิดสิว ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี

กรดอัลฟ่าไลโปอิกดีสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

เนื่องจากกรดอัลฟ่าไลโปอิก มีหน้าที่หลักในเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้กลายเป็นพลังงาน ช่วยเสริมการออกฤทธิ์กับอินซูลิน ด้วยการกระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนในการย่อยสลายน้ำตาลให้เป็นพลังงาน และช่วยต้านอนุมูลอิสระที่ถูกปล่อยออกมาจากการสลายน้ำตาลกลูโคสภายในเซลล์ จึงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง และยังลดปัญหาแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน เช่น โรคเกี่ยวกับปลายประสาทอักเสบ, ชาตามปลายมือปลายเท้า, ต้อกระจก เป็นต้น

กรดอัลฟ่าไลโปอิกช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย

เนื่องกรดอัลฟ่าไลโปอิกช่วยทำหน้าที่จับโลหะหนักที่เป็นพิษต่อร่างกาย เช่น ตะกั่ว แคดเมียม สารหนู ปรอทแล้วขับออกจากร่างกาย (Chelation) ช่วยให้ร่างกายลดความเสียหายจากโลหะหนักได้เป็นอย่างดี

เป็นอย่างไรบ้างคะ แทบไม่น่าเชื่อเลยใช่มั้ยคะว่ากรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha-Lipoic Acid : ALA) จะมีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมากมายถึงเพียงนี้ หลายท่านสนใจคงเกิดคำถามว่าแล้วจะหากรดอัลฟ่าไลโปอิกมาลองทานกันได้อย่างไร

อย่างที่บอกไปแล้วว่ากรดอัลฟาไลโปอิกพบได้ในอาหารหลายชนิด เช่น บร็อคโคลี่ ผักโขม แครอท ยีสต์ เนื้อแดง เครื่องในสัตว์บางชนิด นอกจากนั้นยังมีอาหารเสริมหลายยี่ห้อที่ผลิตกรดอัลฟาไลโปอิก สำหรับจำหน่ายอีกด้วยค่ะ แต่หากไม่สะดวกในการหาซื้อวันนี้ IMMOR มีวิธีการทำกรดอัลฟ่าไลโปอิกไว้สำหรับรับประทานง่าย ๆ ด้วยการนำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 1-2 ช้อนโต๊ะมาผสมกับกระเทียมสดที่ทุบแล้วประมาณ 3-4 กลีบ หมักให้เข้ากันสัก 10-15 นาทีแล้วนำไปผสมอาหารรับประทานได้เลยค่ะ แต่ไม่แนะนำเอาไปผ่านความร้อนนะคะ

สูตรนี้เราได้กรดอัลฟ่าไลโปอิกมาจากการทำปฏิกิรยาของกรดคาปริลิก (CAPRILIC ACID) ในน้ำมันมะพร้าว กับกำมะถันหรือซัลเฟอร์ (SULFUR) ในกระเทียม ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนากลายเป็นกรดอัลฟ่าไลโปอิกขึ้นมานั่นเองค่ะ

แต่ถ้าท่านใดไม่สะดวกในการทำเอง IMMOR ขอแนะนำน้ำมันกระเทียมผสมน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นชนิดแคปซูล ที่สุดแสนจะสะดวกในการรับประทาน และยังไม่มีกลิ่นกระเทียมมารบกวนอีกด้วยค่ะ หากสนใจลองอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.immor.co.th/garlic-oil นะคะ

Powered by MakeWebEasy.com