10 อาหาร...ต้านข้ออักเสบรูมาตอยด์

1789 จำนวนผู้เข้าชม  |  น้ำมันงาดำ

10 อาหารต้านข้ออักเสบ รูมาตอยด์

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์

คือโรคไรกันแน่ และได้ยินมาว่าเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้ยาก แล้วคนที่เป็นโรคนี้ต้องทนทุกข์ทรมานไปแบบนี้นานแค่ไหน  มีหนทางไหนที่จะสามารถช่วยบรรเทาเบาบางอาการลงได้บ้าง

โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับข้อต่อต่างๆ ในร่างกายที่เกิดการอักเสบขึ้นมา เช่นข้อนิ้ว ข้อมือ ข้อเข่า ข้อเท้า เป็นต้น ซึ่งเมื่ออักเสบขึ้นมาแล้วจะมีอาการปวดบวมตรงบริเวณข้อต่อนั้น ๆ

อาการข้ออักเสบของรูมาตอยด์นั้นจะแตกต่างจากข้ออักเสบทั่วๆ ไป การอักเสบของรูมาตอยด์จะเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ และได้หลั่งสารออกมาทำลายเยื่อบุข้อ ทำให้เยื่อบุข้อเกิดการอักเสบ นอกจากนั้นยังมีการสร้างน้ำไขข้อเพิ่มขึ้นจนเกิดการบวมแดง

อาการข้ออักเสบรูมาตอยด์

อาการที่สังเกตได้ในระยะแรก คืออาการปวด บวมในบริเวณข้อต่าง ๆ เช่นข้อนิ้ว ข้อมือ ข้อเข่า ข้อเท้า ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นบริเวณข้อต่อหลายข้อพร้อมๆกัน การเคลื่นไหวของข้อต่อบริเวณนั้น ๆ ทำได้ลำบาก ไม่สามารถยืดหรืองอได้เหมือนปกติ

บางรายอาจมีไข้ เบื่ออาหาร อ่อนเพลียและน้ำหนักลด และอาการปวดจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่ออากาศเย็นลง รายที่มีอาการรุนแรง อาจจะมีปุ่มก้อนเกิดขึ้นบริเวณข้อศอก หลังมือ เท้า ลาจจะมีอาการชาบริเวณฝ่ามือ

ข้อแตกต่างของรูมาตอยด์และโรคข้ออักเสบอื่น ๆ

จริงๆ แล้วอาการปวด บวม แดง บริเวณข้อต่ออาจจะไม่ได้ความว่าจะต้องเป็นรูมาตอยด์เสมอไป เพราะอาการดังกล่าวจะใกล้เคียงกับโรคเกาต์ และ โรคข้อเสื่อมมากเหมือนกัน และสาเหตุของโรคก็แตกต่างกันอีกด้วย

โรครูมาตอยด์ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานผิดปกติ แล้วหลั่งสารออกมาทำลายเยื่อบุ่ข้อจนทำให้เกิดการอักเสบ บวม แดงขึ้น

โรคเกาต์ ส่วนหนึ่งเกิดจากกรรมพันธุ์ และการรับประทานอาหารที่สาร purine มากเกินไป เช่นเครื่องในสัตว์ สัตว์ปีกต่างๆ รวมถึงเบียร์ ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายมีสารประเภทยูริกเกินไป ทำให้เกิดการตกผลึกเป็นก้อน ทำให้ขัดขวางการเคลื่อนไหวของข้อ ทำให้ข้ออักเสบ

โรคข้อเสื่อม มักเกิดกับผู้สูงอายุ รวมถึงการใช้งานข้อต่อบริเวณนั้นผิดประเภทและหักโหมเกินไป
 

การเลือกรับประทานอาหารสำหรับผู้ที่มีอาการข้ออักเสบรูมาตอยด์

ผู้ที่มีอาการป่วยรูมาตอยด์มักจะขาดสารอาหาร ได้แก่กรดโฟลิก วิตามินซี วิตามิน บี5 บี6 บี12 วิตามินดี วินตามินอี แคลเซี่ยม แมกนีเซี่ม สังกะสี ซีลีเนี่ยม ฟลาโวนอยด์ และโอเมก้า 3 ซึ่งการรับประทานอาหารที่ช่วยเพิ่มสารอาหารดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคของผู้ที่ยังไม่เป็นโรคนี้อีกด้วย 

10 อาหารของผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ควรรับประทาน

1. มะละกอสุก ในมะละกอสุกอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ และยังเป็นต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสารไลโคปิน วิตามินซี วิตามินเอ สาร NCCs (สารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง) ที่สำคัญมะละกอสุกมีเอนไซม์ปาเปน (papain) และโคโมปาเปน (chymopapain) ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบและช่วยสมานแผลได้ดี

2. ฟักทอง ในฟักทองมีสารอาหารสำคัญหลายชนิดได้แก่ วิตามินเอ  วิตามินซี วิตามินบี1 บี2 บี3  วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เบต้าแคโรทีน และธาตุเหล็ก

3. แครอท มีสารเบต้าแคโรทีน วิตามินบี1 บี2 บี3 วิตามินซี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และธาตุเหล็กนอกจากนั้นยังมีสารแคลเซียมเพคเตท และสารฟอลคารินอล

4. คะน้า ผักคะน้าสดอุดมไปด้วยวิตามินเอ สารเบต้าแคโรทีน วิตามินอี วิตามินบี1 บี2 บี3 วิตามินซี กรดโฟลิก แคลเซียม ฟอสฟอรัสและธาตุเหล็ก

5. บล็อกโคลี่ อุดมไปด้วยสารกลูโคราฟินิน (Glucoraphanin) สารเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินซี และกลูต้าไธโอน

6. กะหล่ำปลี เป็นผักที่มีวิตามินซีสูงมาก นอกจากนั้นยังมีวิตามินเอ วิตามินบี1 บี2 บี3 วิตามินซี วิตามอินอี กรดโฟลิก ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม แมกนีเซียม และสารเบต้าแคโรทีน

7. ขมิ้นชัน มีสารเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoid) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดอาการอักเสบของรูมาตอยด์ได้ดี นอกจากนั้นยังมีเทอร์มิรีน (Turmerin) ที่มีฤทธ์ต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย นอกจากนั้นขมิ้นชันยังประกอบไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุเหล็ก แคลเซี่ยมและฟอสฟอรัส

8. กระชาย มีสาระสำคัญคือไพโนสโตรบิน (Pinostrobin) ช่วยต้านการเจริญเติบโตของเชื้อรา กำจัดพิษในตับ และยังช่วยต้านการอักเสบได้ดี

9. ขิง  ในขิงอุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ใยอาหาร ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ บี1 บี2 บี3 ซี และสารเบต้าแคโรทีน

10 งา ไม่ว่าจะเป็นงาขาวหรืองาดำ ในงาจะมีโอเมก้า 3 ซึ่งบรรเทาอาการปวดบวม อักเสบของโรคมาตอยด์ได้เป็นอย่างดี ในงาจะมีแคลเซียม ซึ่งมากกว่านมวัวถึง 6 เท่าเลยทีเดียว  ในงายังมีไบโอติน (Biotin) โคลีน (Choline) และไอโนสิตอล (Inositol) ที่ช่วยในการทำงานของระบบประสาท และระบบกล้ามเนื้อในกระเพาะอาหาร ลำไส้ นอกจากนั้นยังมีกรดพาราอะมิโนเบนโซอิก (Para-Aminobenzoic) ซึ่งช่วยสร้างกรดโฟลิก และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกรดแพนโทธีนิก หรือวิตามินบี5

อาหารของผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ควรหลีกเลี่ยง

นอกจากอาหารที่แนะนำให้ให้รับประทานแล้ว ยังมีอาหารที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงด้วยนะคะ เรามาดูกันว่าอาหารที่ผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ควรหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้าง

  • อาหารที่มีกรดไขมันแอแรคิดอนิก (Arachidonic Acid) ได้แก่ไขมันสัตว์ เช่นเนื้อสัตว์บก และสัตว์ปีก ไข่ เป็นต้น
  • อาหารที่มีสารเลคติน (Lectin) และโซลานิน (Solanine) ซึ่งอาหารประเภทนี้จะไปกระตุ้นให้เกิดอาการปวด บวม อักเสบของรูมาตอยด์ได้
  • อาหารที่มีทำให้เกิดกรด เช่นถั่วต่าง ๆ เนยแข็ง โปรตีนจากสัตว์ เช่นเนื้อ หมู ไก่ รวมถึงเครื่องดื่มต่าง ๆ เช่นกาแฟ แอลกอฮอล์
  • อาหารที่มีไขมันไม่ดี (LDL) ได้แก่ไขมันจากสัตว์บกและสัตว์ปีก เช่นหมู ไก่ รวมถึงอาหารแปรรูปต่าง ๆ เช่น ไข่ นม เนย ชีส ไอศกรีม เค้ก กุ๊กกี้ เป็นต้น
  • อาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ เช่นข้าวโพดข้าวสาลี ข้าวไรย์ ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ นมเนย เนื้อและไขมันจากสัตว์บกและสัตว์ปีก มะเขือเทศ พริกไทย เครื่องเทศ มันฝรั่ง ถั่วเหลือง น้ำตาลทราย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารรสจัด ผงชูรส และอาหารที่ใส่สารกันบูด
นอกจากการเลือกรับประทานอาหารแล้ว การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับผู้เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ก็สำคัญมากนะคะ การออกกำลังกายข้องผู้ที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เช่นการทำกายบริหาร รวมถึงการกายบริหารในน้ำ การรำไทเก็ก การยกน้ำหนักแบบเบา ๆ การฝึกโยคะเป็นต้น

ถึงแม้โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์รักษาให้หายขาดได้ยาก แต่เราสามารถควบคุมได้ ด้วยฝึกปฏิบัติตัวตามข้อแนะนำข้างต้น  ซึ่งจะเป็นการเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้ได้อย่างมีความสุขนะคะ

---

อ้างอิงและขอขอบพระคุณข้อมูลจากหนังสือ "คำให้การของคนเคยป่วย โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โดย ชิสา สรวิสูตร"


Powered by MakeWebEasy.com