มาเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วยน้ำมันมะพร้าวและกระเทียมกันเถอะ

763 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นชนิดแคปซูล

มาเพิ่มภูมิคุ้มกันด้วยน้ำมันมะพร้าวและกระเทียมกันเถอะ

บทบาทของกระเทียมในการสร้างภูมิคุ้มกัน

กระเทียม เป็นเครื่องเทศที่มีฤทธิ์เพิ่มภูมิต้านทาน โดยสารอัลลิซิน (allicin) และซัลไฟด์ (sulfides) ในกระเทียมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย

จากการศึกษาพบว่า กระเทียมสามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี โดยจะไปเพิ่มจำนวนและการทำงานของเม็ดเลือดขาว ที่ทำหน้าที่ในการกำจัดสิ่งแปลกปลอม เชื้อโรค เชื้อไวรัส ที่เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายสามารถกำจัดสิ่งแปลกปลอม เชื้อไวรัสต่างๆที่จะเข้าสู่ร่างกายได้ดียิ่งขึ้น
กระเทียม

กระเทียมกับการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อโรคและไวรัส

กระเทียม มีบทบาทเป็นอย่างมากในทางการแพทย์ ได้มีรายงานถึงฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของกระเทียม คือเป็น antiseptic (ยาฆ่าเชื้อ) , antispasmodic agents (ยาคลายกล้ามเนื้อ),  และสามารถรักษา bronchial asthma (หอบหืด), rheumatism (รูมาตอยด์) , hypertension (ความดันโลหิตสูง) และป้องกัน atherosclerosis (หลอดเลือดแข็งตัว)ได้

ได้มีรายงานยืนยันว่า กระเทียมมีฤทธิ์เป็นยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ ต่อมาได้มีการศึกษาพบว่าสารสกัดกระเทียมสามารถยับยั้งการเติบโตของ Mycobacterium tuberculosis (เชื้อวัณโรค) ได้ ภายหลังพบว่าสารสกัดกระเทียมสามารถยับยั้งการเจริญได้ทั้งแบคทีเรียกรัมบวก และกรัมลบ อีกทั้งยังสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อกรัมลบที่เพนนิซิลินไม่สามารถยับยั้งได้ คือ สามารถยังยั้งการเจริญของ Salmonella typhimurium และ Escherichia Coli (อีโคไล) ได้

มีรายงานว่ากระเทียมสามารถยับยั้งการเจริญของยีสต์ เชื้อรา, กลากเกลื้อน และ dimorphic fungi ได้ และยังพบว่าการเจริญของ Entamoeba histolytica (โปรโตซัว) สามารถถูกยับยั้งด้วยอัลลิซิน (allicin)  ซึ่งเป็นสารสำคัญซึ่งสกัดได้จากกระทียม

 

น้ำมันมะพร้าวกับบทบาทในการเพิ่มภูมิคุ้มกัน

น้ำมันมะพร้าว อุดมไปด้วยกรดลอริก มีฤทธิ์ต้านการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ (Antimicrobial) จากการศึกษาพบว่า กรดลอริก ในน้ำมันมะพร้าว สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี เมื่อบริโภคน้้ำมันมะพร้าวเข้าไปแล้ว กรดลอริกจะเปลี่ยนเป็นโมโนกลีเซอไรด์ (Monoglyceride) ที่มีชื่อว่า โมโนลอริน (Monolaurin) ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกันกับที่อยู่ในนมน้ำเหลือง (Colostrum) ของน้ำนมแม่ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทารกในระยะ 6 เดือนแรกหลังคลอด ก่อนที่ร่างกายจะสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรคได้


มะพร้าว

โมโนลอรินเป็น Non-ionic surfactant ที่มีประสิทธิภาพในการทำลายหรือยับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ดีกว่ากรดลอริก โมโนลอรินสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ โปรโตซัว และไวรัสบางชนิดที่ยาปฏิชีวนะทั่วไปทำลายไม่ได้เนื่องจากมีเกราะที่เป็นไขมันห่อหุ้มอีกด้วย
 
จากการศึกษาพบว่า กรดลอริกและโมโนลอรินสามารถลดปริมาณไวรัสในผู้ป่วย HIV ได้ โมโนลอรินยังมีฤทธิ์ต่อไวรัสแทบทุกตัวที่มีไขมันเป็นเกราะหุ้ม รวมทั้งเชื้อ Cytomegalovirus (CMV) ที่ทำให้การเปลี่ยนไตไม่ประสบความสาเร็จก็สามารถถูกทำลายได้ด้วย โมโนลอริน  นอกจากนี้โมโนลอรินจะไม่ก่อให้เกิดการดื้อยาของเชื้อจุลินทรีย์ดังเช่นยาปฏิชีวนะ ที่มักจะก่อให้เกิดการดื้อยา ทำให้ต้องใช้ในความเข้มข้นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดก็ใช้ไม่ได้ผล แต่โมโนลอรินสามารถทำลายเชื้อ H. pylori ที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารและไม่เกิดความต้านทานในตัวแบคทีเรีย

จากศึกษาคุณประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวและกระเทียม ในแง่มุมของการเพิ่มภูมิคุ้มกันและยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อโรคชนิดต่างๆ ถือได้ว่าทั้งน้ำมันมะพร้าวและกระเทียมมีคุณสมบัติเด่นและมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับน้ำมันมะพร้าวและกระเทียมอีกหลายงานวิจัย จากหลายสถาบัน พบว่าทั้งน้ำมันมะพร้าวและกระเทียมยังมีคุณประโยชน์อื่น ๆ ต่อร่างกายอีกมากมาย ซึ่งสามารถค้นกว้าได้จากสถาบันต่าง ๆ รวมทั้งแหล่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตซึ่งมีให้ศึกษาค้นคว้ามากมาย

Powered by MakeWebEasy.com