ปวดประจำเดือนต้องแก้ที่ต้นเหตุ...อย่ารอให้ปวดแล้วกินยา

153 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ

ปวดประจำเดือนต้องแก้ที่ต้นเหตุ...อย่ารอให้ปวดแล้วกินยา

ปวดประจำเดือนต้องแก้ที่ต้นเหตุ...อย่ารอให้ปวดแล้วกินยา

อาการปวดประจำเดือนเกิดจากการบีบตัวหรือการเกร็งของกล้ามเนื้อมดลูกและบริเวณรอบๆ เยื่อบุมดลูก เมื่อเยื่อบุมดลูกหลุดลอกและไหลออกมาในแต่ละเดือนนั้นจะทำให้เกิดการอักเสบขึ้น ซึ่งจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารพรอสตาแกรนดินออกมา และทำให้เกิดอาการปวดรวมถึงการอักเสบ และความรุนแรงของการหดรัดตัวของมดลูกจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามปริมาณที่สารนั้นหลั่งออกมานั่นเองค่ะ

ดังนั้น ผู้หญิงที่ร่างกายมีการหลั่งสารพรอสตาแกรนดินสูง ก็จะทำให้เกิดอาการปวดประจำเดือนที่รุนแรงกว่าคนอื่น โดยเฉพาะเมื่อลิ่มเลือดหรือเยื่อบุมดลูกที่หลุดออกมาไหลผ่านปากมดลูกก็จะยิ่้งมีอาการปวดเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งอาการปวดประจำเดือนจะเริ่มต้นก่อนการมีประจำเดือนและปวดเพิ่มมากขึ้นภายใน 24 ชั่วโมง และอาการปวดจะค่อยๆ ลดลงเองภายใน 1-2 วันค่ะ

อาการปวดประจำเดือน บางคนอาจจะมีอาการปวดเพียงเล็กน้อยพอให้รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว แต่บางรายก็อาจมีอาการปวดอย่างมากจนกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตามอาการปวดประจำเดือนนั้นอาจเป็นได้ทั้งอาการปวดธรรมดา หรืออาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคร้ายที่แฝงอยู่ก็ได้นะคะ

ดังนั้นเมื่อมีอาการปวดท้องในวันที่ประจำเดือนมาจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรสังเกตอาการปวดท้องและอย่าลืมสังเกตความผิดปกติ เช่น มีตกขาวและมีกลิ่นเหม็นหรือไม่ เลือดประจำเดือนมีสีแปลกไปจากปกติหรือมีสีแดงสดผิดปกติหรือเปล่า หรือมีอาการคันบริเวณปากช่องคลอดด้วยหรือไม่ เป็นต้น โดยหากมีอาการแบบนี้ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อการวินิจฉัยและรักษาได้ทันเวลา เพราะนั่นอาจสัญญาณของโรคร้ายแรง เช่น ช็อกโกแลตซีสต์ มะเร็งรังไข่ หรือการติดเชื้อต่างๆ ในช่องคลอดได้ค่ะ

รู้สาเหตุของการปวดประจำเดือนกันแล้ว ก็มาถึงคำถามที่ว่า "แล้วมีวิธีที่ทำให้เราไม่ต้องทนกับอาการปวดประจำเดือนบ้างมั๊ย" หรือ "มีเคล็ดลับบรรเทาอาการปวดประจำเดือนบ้างมั๊ย" คำตอบคือมีแน่นอนค่ะ

เคล็ดลับบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน ก็เช่น การใช้ถุงน้ำร้อนประคบ การนอนตะแคง การดื่นน้ำอุ่นมากๆ แต่หลายท่านเมื่อมีอาการปวดประจำเดือน ก็มักพุ่งตรงไปที่การทานยาแก้ปวดประจำเดือน ซึ่งแอดมินไม่ปฏิเสธนะคะว่าเป็นวิธีที่ดีที่จะบรรเทาหรือระงับอาการปวดที่เกิดขึ้นแล้วในขณะนั้น แต่แอดมินจะชวนทุกท่านย้อนเวลาไปก่อนที่จะถึงวันนั้นของเดือนหรือก่อนที่เราจะเริ่มมีอาการปวดประจำเดือนกันค่ะ

ใครจะรู้ว่าอาหารก็มีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนได้เช่นกันนะคะ เพราะอาหารบางชนิดมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการปวด รวมถึงช่วยผ่อนคลายความตึงของกล้ามเนื้อ จึงทำให้อาการปวดลงได้

ซึ่งหนึ่งในอาหารที่มีสรรพคุณช่วยลดการหดตัวของมดลูก และลดการอักเสบที่เกิดขึ้นในช่วงระหว่างการหลุดลอกของเยื่อบุมดลูกได้ดี นั่นคือ น้ำมันถั่วดาวอินคา พระเอกของเรานี่เองค่ะ

น้ำมันถั่วดาวอินค มีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายมากๆ เลยค่ะ ไม่ว่าจะช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ ลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดการอักเสบของหลอดเลือด รักษาโรคผิวหนัง บรรเทาโรคหอบหืด รักษาโรคไมเกรน ป้องกันโรคต้อหินและต้อกระจก เสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย ส่งเสริมการพัฒนาการของสมอง  ในตำรับยาสมุนไพรของชาวพื้นเมืองอินคา (เปรู) มีการใช้เมล็ดถั่วดาวอินคาเป็นยาเพื่อลดอาการปวดและหดเกร็งของกล้ามเนื้อต่างๆในร่างกายได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ แนะนำให้ทานนำมันถั่วดาวอินคาก่อนถึงรอบมีประจำเดือน ประมาณ 15-20 วัน จะสามารถลดอาการปวดเกร็งมดลูกในช่วงวันนั้นของเดือนได้ค่ะ

อย่างไรก็ตามน้ำมันถั่วดาวอินคาไม่ใช่ยาแก้ปวดนะคะ อย่างที่แอดมินเกริ่นไปข้างต้นว่าจะขอพาทุกท่านย้อนเวลาไปก่อนที่จะถึงวันนั้นของเดือนหรือก่อนที่เราจะเริ่มมีอาการปวดประจำเดือนนั่นเองค่ะ หรือหากไม่ทันจริงๆ อาจทานน้ำมันถั่วดาวอินคาควบคู่ไปกับการทานวิตามินบี 12 ก็จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ระดับหนึ่ง แต่หมดช่วงวันนั้นของเดือนแล้วก็อย่าลืมทานน้ำมันถั่วดาวอินคาไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มีอาการปวดท้องมากอีกในรอบเดือนถัดไปนะคะ

✅ สนใจผลิตภัณฑ์น้ำมันถั่วดาวอินคาสกัดเย็นหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

โทร. 086-4445662 086-4245141 

Line ID : @IMMOR

Powered by MakeWebEasy.com