รู้จักกับกรดลอริก (Lauric Acid) ในน้ำมันมะพร้าว

659 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ

รู้จักกับกรดลอริก (Lauric Acid) ในน้ำมันมะพร้าว

กรดลอริก (Lauric Acid) ในน้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริกอยู่สูง (48-53%) ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกันกับน้ำนมเหลืองของมารดา เมื่อบริโภคเข้าไปในร่างกาย จะเปลี่ยนเป็นโมโนกลีเซอไรด์ ชื่อโมโนลอริน (Monolaurin) ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน และยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค โดยทำหน้าที่เป็นสารปฏิชีวนะ (Antibiotic) และเป็นสารฆ่าไวรัส (Antivirus Agent)

Enig(1999) ได้รายงานว่าน้ำมันมะพร้าวสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รา ยีสต์ โปรโตซัว และแม้กระทั่งเชื้อไวรัส ผลงานวิจัยของ Dayrit (2000) พบว่า กรดลอริกและโมโนลอริน สามารถช่วยลดปริมาณของเชื้อไวรัส (HIV) ในคนไข้โรคเอดส์ได้

อย่างไรก็ตาม โมโนลอริน (Monolaurin) ก็ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคทุกชนิด ฆ่าได้ก็เฉพาะชนิดที่มีเกราะหุ้มเซลที่เป็นไขมัน เช่น เชื้อไข้หวัดไหญ่ โรคเริม คางทูม โรคซาร์ และโรคเอดส์ การที่โมโนลอรินไม่ฆ่าเชื้อทุกชนิด ก็เป็นข้อดี เพราะแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในกระเพาะจะไม่ถูกทำลาย

กลไกในต้านเชื้อไวรัสของกรดลอลิก (Lauric Acid) และ โมโนลอริน Monolaurin

  1. ทำลายเยื่อหุ้มไวรัส ซึ่งเป็นคุณสมบัติในการต้านไวรัสของกรดลอลิก (Lauric Acid) และ โมโนลอริน (Monolaurin) 
  2. ทำการยับยั้งการเจริญพันธุ์ของไวรัส
  3. ป้องกันการจับตัวของโปรตีนไวรัสกับเซลล์ของเหยื่อที่ไวรัสเข้าไปฝังตัว 

มีวิตามินอีที่มีประสิทธิภาพ

น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ ซึ่งสกัดโดยไม่ผ่านความร้อนสูง และไม่ผ่านขบวนการแปรรูปด้วยสารเคมี ยังคงมีวิตามินอี ที่มีประสิทธิภาพอยู่ในปริมาณสูง โดยทำหน้าที่เป็น Antioxidant ที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ (free radicals) ซึ่งเป็นโมเลกุลที่เปลี่ยนสภาพ เพราะสูญเสียอีเล็กตรอนในวงแหวนรอบนอกกลายเป็น "โมเลกุลเกเร" เที่ยวไปโจมตีโมเลกุลอื่น ๆ

โดยไปดึงอีเล็กตรอนจากโมเลกุลที่อยู่ใกล้เคียงไปตัวหนึ่ง และโมเลกุลนี้ ก็ไปดึงอีเล็กตรอนจากโมเลกุลข้างเคียงอื่น ๆ ต่อไป เกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ ทำให้เซลผิดปกติ เช่นเยื่อบุเซลฉีกขาด ผิวหนังเหี่ยวย่น เปลี่ยนสารพันธุกรรมในนิวเคลียส ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมของร่างกาย ไม่ต่ำกว่า 60 โรค

โดยเฉพาะโรคหัวใจ มะเร็ง ไขข้ออักเสบ เบาหวาน ภูมิแพ้ และชราภาพ อนุมูลอิสระเกิดจากมลพิษในสิ่งแวดล้อม และในอาหารและเครื่องดื่ม การสูบบุหรี่ ความเครียด ฯลฯ ตลอดจนน้ำมันพืชประเภทไม่อิ่มตัว ซึ่งถูกเติมออกซิเจน (oxidized) ได้ง่าย เพราะมีพันธะคู่ (double bond) ในโมเลกุล ตั้งแต่เริ่มสกัด ตลอดจนระหว่างทางก่อนถูกนำไปบริโภค จึงเกิดเป็นอนุมูลอิสระได้ง่าย อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นนี้จะไปลดสารต่อต้านการเติมออกซิเจน (antioxidant) ที่มีอยู่ในร่างกาย ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมี ที่ทำให้เกิดผลเสียแก่เซล และเนื้อเยื่อ

---

คัดย่อจาก เอกสารวิชาการฉบับที่ 1/2550

"มหัศจรรย์น้ำมันมะพร้าว"

โดย ดร.ณรงค์ โฉมเฉลา

ประธานชมรมอนุรักษ์และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย


Powered by MakeWebEasy.com